ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระดับการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ. 2555-2557) ของเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
Abstract
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาระดับการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-2557) ของเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และ (2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการปฏิบัติงานกับระดับการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-2557) ของเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการประจำ ลูกจ้างประจำเทศบาล พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไป ของเทศบาลเมืองบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 150 คน สำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่า
1. ระดับการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-2557) ผลวิจัยพบว่า ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด และมียุทธศาสตร์การบริหารจัดการเทศบาลด้วยหลักธรรมาภิบาล มีค่าเฉลี่ยอยู่ในลำดับถัดมา
2. ปัจจัยการปฏิบัติงาน ผลวิจัยพบว่าในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่าด้านสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน/สถานที่ทำงานมีค่าเฉลี่ยมากกว่าทุกด้าน รองลงมาตามลำดับ คือ ด้านประชาธิปไตย/มีส่วนร่วม ด้านวัตถุประสงค์/นโยบาย ด้านความมั่นคง/ปลอดภัยในการทำงานด้านความสำคัญของงาน/น่าสนใจท้าทาย ด้านค่าจ้าง/เงินเดือน ด้านภาวะผู้นำ ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ ด้านระบบการบริหารงาน และด้านโอกาสก้าวหน้ามีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าทุกด้าน
3. ปัจจัยการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์กับระดับการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-2557) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในทางบวก โดยอยู่ในระดับสูง เมื่อพิจารณาในรายละเอียดได้พบว่า ปัจจัยการปฏิบัติงานทุกด้านความสัมพันธ์กับระดับการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-2557) ในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ปัจจัยการปฏิบัติงาน ด้านวัตถุประสงค์นโยบายมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับการปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2555-2557) มากที่สุด
คำสำคัญ : ระดับความสัมพันธ์ ระดับปฏิบัติงาน แผนพัฒนาสามปี
1. ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของผู้เขียนและสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
2. ข้อมูลและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน โดยสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือรับผิดชอบต่อข้อมูลและความคิดเห็นเหล่านั้น
3. ผู้เขียนต้องยินยอมให้บทความของตนซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิทยบริการทั้งฉบับพิมพ์และฉบับออนไลน์ ได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการภายใต้ขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์