กลยุทธ์การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา เทศบาลตำบลโพรงมะเดื่ออำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
Abstract
กลยุทธ์การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ
อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความสอดคล้องของภารกิจการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน/ประชาสังคม และการตรวจสอบติดตามประเมินผล ตามแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ.ศ.2551 (ฉบับที่2) กับแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ. 2554 – พ.ศ.2556) เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกของสำนักงานเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ เพื่อศึกษาระดับ และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ และเพื่อนำเสนอกลยุทธ์การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ โดยการวิจัยเชิงคุณภาพผู้วิจัยได้ใช้การสัมภาษณ์ข้อมูลแบบ
เจาะลึกนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาล การสนทนากลุ่มหัวหน้าส่วนราชการและกลุ่มสมาชิกสภาเทศบาล และการวิจังเชิงปริมาณผู้วิจัยใช้แบบสอบถามประชาชนในเขตเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อจำนวน 385 คน เพื่อศึกษาระดับ และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า เทศบาลมีการจัดประชุมบุคลากรและประชุมสหภาคีประจำทุกเดือน แต่
บุคลากรในเทศบาลส่วนใหญ่ขาดความรู้เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับทางราชการ ในขณะที่ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่ออยู่ในระดับมาก และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก ซึ่งกระบวนการมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลงาน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถติดตามประเมินการทำงานของเทศบาลได้
จากการศึกษาพบกลยุทธ์ใน 4 ประเด็นได้แก่ 1)กลยุทธ์การส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เชิงรุก 2)กลยุทธ์การเสริมสร้างความรู้แก่ประชาชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน 3)กลยุทธ์การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ และ4)กลยุทธ์การสร้างจิตสำนึกการให้บริการเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชน
คำสำคัญ: กลยุทธ์ การมีส่วนร่วม พัฒนา เทศบาล
1. ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของผู้เขียนและสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
2. ข้อมูลและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน โดยสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือรับผิดชอบต่อข้อมูลและความคิดเห็นเหล่านั้น
3. ผู้เขียนต้องยินยอมให้บทความของตนซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิทยบริการทั้งฉบับพิมพ์และฉบับออนไลน์ ได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการภายใต้ขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์