การวิเคราะห์คุณลักษณะทางสารสนเทศเพื่อกำหนดองค์ประกอบเมทาดาตาของจารึก
Abstract
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์คุณลักษณะด้านเนื้อหาความรู้ กายภาพ และบริบทของจารึกในประเทศไทย ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ จารึกสมัยสุโขทัยและอยุธยา (ระหว่างต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงพุทธศตวรรษที่ 23) จำนวน 42 รายการ ใช้วิธีวิเคราะห์เอกสาร (documents analysis approach) ตามแนวการวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของทรัพยากรสารสนเทศ (features of information) ผลการวิเคราะห์จารึกทำให้สามารถกำหนดองค์ประกอบเมทาดาตาของจารึกได้ 19 องค์ประกอบใน 3 ด้าน แบ่งออกเป็น 1) ด้านเนื้อหา 5 องค์ประกอบ คือ กลุ่มเนื้อหา โครงสร้างเนื้อหา ชื่อจารึก ยุคสมัย ผู้สร้าง 2) ด้านกายภาพ 7 องค์ประกอบ คือ วัสดุบันทึกรูปลักษณ์ ขนาด จำนวนด้านและบรรทัด อักษร ภาษา และ 3) ด้านบริบท 8 องค์ประกอบ คือ เลขทะเบียน ที่พบ ที่อยู่ดั้งเดิม ที่อยู่ปัจจุบัน ประวัติการได้มา ผู้อ่าน แปล หรือให้คำปรึกษา สำเนาจารึก การพิมพ์เผยแพร่
คำสำคัญ: จารึก, เมทาดาตา, สารสนเทศมรดกทางวัฒนธรรม
The objective of this research was to analyze Thai inscription features including content, physical and context. The study samples consisted of 42 items of Sukhothai and Ayutthaya inscription (14th-18th Centuries A.D.). The data was analyzed by document analysis approach based on features of the information. The study reveals that the inscription metadata element has 19 elements which can be grouped into 3 groups: 1) Content: topic and structure of content, title, period, and creator 2) Physical: material, appearance, dimension, sides and lines, script, and language and 3) Context: registration number, founded location, history of discovery, translator and advisor, product type of inscription, and bibliography.
Keywords: inscription, metadata, cultural heritage information
1. ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของผู้เขียนและสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
2. ข้อมูลและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน โดยสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือรับผิดชอบต่อข้อมูลและความคิดเห็นเหล่านั้น
3. ผู้เขียนต้องยินยอมให้บทความของตนซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิทยบริการทั้งฉบับพิมพ์และฉบับออนไลน์ ได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการภายใต้ขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์