ทฤษฎีการเลียนแบบกับพฤติกรรมการปาหิน
Abstract
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ลักษณะของพฤติกรรมการปาหิน การอธิบายพฤติกรรมการปาหินด้วยทฤษฎีการเลียนแบบ และนำผลการศึกษาเสนอเป็นแนวทางป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการปาหิน โดยใช้วิธีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร และการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งใช้เทคนิคการสัมภาษณ์เจาะลึก ผู้ต้องขังหรือเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดในคดีที่มีพฤติการณ์ปาหิน จำนวน 8 กรณีศึกษา
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่กระทำผิดในคดีที่มีพฤติการณ์ปาหิน มีทั้งแบบเดี่ยวและเป็นกลุ่มแก๊ง มีทั้งการใช้ยานพาหนะร่วมในการทำผิดและไม่ใช้ ยานพาหนะที่ถูกปาหินส่วนใหญ่จะเป็นรถบรรทุก เหตุเกิดบนถนนทั้งเลนเดี่ยวและหลายเลน มักจะเกิดเหตุในช่วงกลางคืน กระทำผิดโดยประสงค์ต่อทรัพย์และเลียนแบบตามข่าว มีการจัดเตรียมหินไว้ล่วงหน้าก่อนกระทำผิดและจัดหาในที่เกิดเหตุ ส่วนใหญ่มีการดื่มสุราก่อนกระทำผิด
การเลียนแบบ มีการรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคดีที่มีพฤติการณ์ปาหินมาก่อนที่จะกระทำความผิด โดยส่วนใหญ่เคยรับรู้ผ่านทางสื่อต่างๆ มีการให้ความสนใจกับพฤติกรรมการปาหินที่ได้รับรู้รับทราบมาความรู้สึกต่อผู้กระทำผิดในคดีที่มีพฤติการณ์ปาหินที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อมีทั้งในแง่บวกและแง่ลบ การรับรู้เรื่องถูกจับกุมตัวและการถูกลงโทษผู้กระทำผิดในคดีที่มีพฤติการณ์ปาหิน ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าถูกจับกุมตัวได้และไม่รู้ว่ามีการลงโทษอย่างไร และผู้กระทำผิดทุกคนคิดว่าพฤติกรรมปาหินเป็นเรื่องที่ทำตามได้ง่าย
ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะว่าควรมีการนำเสนอข่าวโดยเน้นถึงประเด็นเรื่องฐานความผิดและอัตราโทษที่ผู้กระทำผิดจะได้รับ มีมาตรการที่เด็ดขาดในการเอาผิดผู้ที่ละเมิดกฎหมายในเรื่องการขายสุรา มีมาตรการในการควบคุมและดูแลการรวมกลุ่มหรือการสร้างแก๊ง ควรสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ในการออกตรวจพื้นที่และดูแลความปลอดภัยภายในชุมชน
คำสำคัญ : ทฤษฎีการเลียนแบบ, พฤติกรรมการปาหิน, แก๊งปาหิน
1. ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของผู้เขียนและสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
2. ข้อมูลและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน โดยสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือรับผิดชอบต่อข้อมูลและความคิดเห็นเหล่านั้น
3. ผู้เขียนต้องยินยอมให้บทความของตนซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิทยบริการทั้งฉบับพิมพ์และฉบับออนไลน์ ได้รับการนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการภายใต้ขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์